ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้อกำหนดโปรแกรมพาร์ทเนอร์

มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 ตุลาคม 2569Siam Luxury Adventure Co., Ltd.

ข้อกำหนดนี้เป็นข้อตกลงระหว่างบริษัท สยาม ลัคชูรี่ แอดเวนเจอร์ จำกัด กับผู้ประกอบธุรกิจทุกรายที่นำบริการของตนมาลงไว้กับเราในฐานะพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าผ่านระบบพาร์ทเนอร์ API สำหรับพาร์ทเนอร์ หรือโดยตรงกับทีมงานของเรา ข้อกำหนดนี้กำหนดวิธีการตรวจสอบและแสดงผลการ์ดบริการ ค่าคอมมิชชัน 10% หรือรูปแบบราคาสุทธิ การชำระเงิน ข้อมูลของลูกค้า และหน้าที่ของแต่ละฝ่าย สรุปนี้มีไว้เพื่ออธิบายข้อกำหนดและไม่ใช้แทนข้อกำหนด

สรุปนี้มีไว้เพื่อความสะดวก ข้อที่มีหมายเลขด้านล่างคือข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้

นี่คือฉบับแปล หากมีข้อความไม่ตรงกับฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามฉบับภาษาอังกฤษ

1เกี่ยวกับข้อกำหนดนี้

1.1

ข้อกำหนดโปรแกรมพาร์ทเนอร์ฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า "ข้อกำหนด") เป็นสัญญาระหว่างบริษัท สยาม ลัคชูรี่ แอดเวนเจอร์ จำกัด (Siam Luxury Adventure Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดภูเก็ต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0835566027493 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 88/384 หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัทฯ") กับผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย (ต่อไปนี้เรียกว่า "พาร์ทเนอร์") ที่เสนอบริการของตนแก่ลูกค้าผ่านโปรแกรมพาร์ทเนอร์ของบริษัทฯ (ต่อไปนี้เรียกว่า "โปรแกรม") ทั้งนี้ เอกสารอื่นของบริษัทฯ เรียกพาร์ทเนอร์ว่า "ผู้ให้บริการ"

1.2

ให้ถือว่าพาร์ทเนอร์ยอมรับข้อกำหนดนี้เมื่อพาร์ทเนอร์ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เป็นครั้งแรก

  1. (ก)ทำเครื่องหมายในช่องยอมรับข้อกำหนดพาร์ทเนอร์และสร้างบัญชีพาร์ทเนอร์ที่ siam-luxury.com/partner/register
  2. (ข)ส่งการ์ดบริการให้ตรวจสอบ หรือใช้งาน API สำหรับพาร์ทเนอร์
  3. (ค)ยอมรับข้อกำหนดนี้เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงทางอีเมลหรือแอปพลิเคชันส่งข้อความ
  4. (ง)ยืนยันคำขอจอง หรือให้บริการแก่ลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำ ภายหลังจากที่ได้รับลิงก์ของข้อกำหนดนี้แล้ว
1.3

ข้อความในช่องยอมรับข้อกำหนดเมื่อสมัครสมาชิกได้สรุปเงื่อนไขทางการค้าหลักไว้ว่า บริษัทฯ ได้รับ 10% ของราคาสำหรับทุกการจองที่มาจากบริษัทฯ หลังจากลูกค้าชำระเงินแล้ว รายละเอียดเป็นไปตามหมวด 11

1.4

บุคคลผู้ยอมรับข้อกำหนดนี้ในนามของพาร์ทเนอร์ยืนยันว่าตนมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมีอำนาจกระทำการผูกพันพาร์ทเนอร์ หากบุคคลดังกล่าวไม่มีอำนาจเช่นนั้น บุคคลนั้นต้องผูกพันตามข้อกำหนดนี้เป็นการส่วนตัว การยอมรับดังกล่าวมีผลเช่นเดียวกับการทำสัญญาเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อแล้ว ตามที่พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 อนุญาตไว้ และบริษัทฯ จะเก็บบันทึกการยอมรับนั้นไว้

1.5

ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับร่วมกับข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์และนโยบายความเป็นส่วนตัว ลูกค้าทำการจองภายใต้ข้อตกลงผู้ใช้บริการและนโยบายการยกเลิกและการคืนเงิน ซึ่งพาร์ทเนอร์ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในเอกสารดังกล่าวที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการ พาร์ทเนอร์ที่นำลูกค้ามาโดยใช้รหัสแนะนำต้องผูกพันตามข้อกำหนดโปรแกรมแอฟฟิลิเอตด้วย

1.6

ในกรณีที่ข้อกำหนดนี้ขัดหรือแย้งกับสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงนามแยกต่างหาก ให้ใช้บังคับตามสัญญาดังกล่าว สำหรับรายละเอียดของการจองแต่ละรายการ ให้ถือตามสิ่งที่พาร์ทเนอร์ได้ยืนยันไว้สำหรับการจองนั้นและตามการยืนยันการจองเป็นสำคัญ

2คำนิยาม

2.1

ในข้อกำหนดนี้

  1. (ก)"มูลค่าการจอง" หมายถึง ราคารวมที่ลูกค้าชำระสำหรับการจองหรือการจองที่บริษัทฯ แนะนำรายการอื่น รวมถึงการขยายระยะเวลา การอัปเกรด และบริการเพิ่มเติมที่ซื้อจากพาร์ทเนอร์สำหรับการเข้าพัก การเช่า หรือการเดินทางครั้งเดียวกัน แต่ไม่รวมเงินประกัน เงินที่คืนให้ลูกค้า และค่าใช้จ่ายสำหรับความเสียหาย ค่าปรับ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เรียกเก็บจากลูกค้าตามต้นทุนจริง
  2. (ข)"วันทำการ" หมายถึง วันอื่นนอกจากวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในประเทศไทย
  3. (ค)"การ์ดบริการ" หมายถึง รายการประกาศบริการที่พาร์ทเนอร์จัดทำในบัญชีพาร์ทเนอร์หรือผ่าน API สำหรับพาร์ทเนอร์ รวมถึงฉบับที่เผยแพร่บนเว็บไซต์
  4. (ง)"ค่าคอมมิชชัน" หมายถึง ค่าตอบแทนที่พาร์ทเนอร์ชำระให้แก่บริษัทฯ ภายใต้รูปแบบค่าคอมมิชชัน โดย "รูปแบบค่าคอมมิชชัน" และ "รูปแบบราคาสุทธิ" มีรายละเอียดตามหมวด 11
  5. (จ)"ลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำ" หมายถึง ลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำให้แก่พาร์ทเนอร์ไม่ว่าด้วยวิธีใด รวมถึงผ่านเว็บไซต์ ผู้จัดการของบริษัทฯ แอปพลิเคชันส่งข้อความ การโฆษณา แอฟฟิลิเอต หรือรหัสแนะนำ และ "การจองที่บริษัทฯ แนะนำ" หมายถึง การจองบริการของพาร์ทเนอร์ใด ๆ ที่กระทำโดยหรือเพื่อลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำหรือบุคคลในคณะของลูกค้าดังกล่าวในระหว่างระยะเวลาคุ้มครอง ไม่ว่าจะทำผ่านบริษัทฯ หรือทำโดยตรงกับพาร์ทเนอร์
  6. (ฉ)"ราคาสุทธิ" หมายถึง จำนวนเงินที่พาร์ทเนอร์ตกลงรับสำหรับบริการภายใต้รูปแบบราคาสุทธิ
  7. (ช)"บัญชีพาร์ทเนอร์" หมายถึง บัญชีของพาร์ทเนอร์ในระบบพาร์ทเนอร์บนเว็บไซต์ "API สำหรับพาร์ทเนอร์" หมายถึง ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ (API) ที่ /api/partner/v1 ซึ่งมีคำอธิบายอยู่ที่ siam-luxury.com/partner/api และ "คีย์ API" หมายถึง คีย์สำหรับเข้าใช้ส่วนต่อประสานดังกล่าว
  8. (ซ)"เนื้อหาของพาร์ทเนอร์" หมายถึง ข้อความ ราคา รูปภาพ วิดีโอ ชื่อ โลโก้ และสื่ออื่นทั้งหมดที่พาร์ทเนอร์ให้แก่บริษัทฯ
  9. (ฌ)"ระยะเวลาคุ้มครอง" หมายถึง ช่วงเวลานับแต่บริษัทฯ ติดต่อกับลูกค้าเกี่ยวกับบริการของพาร์ทเนอร์เป็นครั้งแรก จนถึงวันที่ครบ 12 เดือนนับแต่การติดต่อดังกล่าว หรือนับแต่วันสิ้นสุดของบริการครั้งสุดท้ายที่บริษัทฯ จัดให้แก่ลูกค้ารายนั้นกับพาร์ทเนอร์ แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง
2.2

คำนิยามอื่น เช่น "ลูกค้า" "การยืนยันการจอง" และ "เงินประกัน" ให้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์ ข้อตกลงผู้ใช้บริการ และข้อกำหนดโปรแกรมแอฟฟิลิเอต คำว่า "รวมถึง" และ "เช่น" ไม่เป็นการจำกัดความหมายของถ้อยคำที่อยู่ก่อนหน้า

3บทบาทของบริษัทฯ

3.1

สำหรับบริการของพาร์ทเนอร์ บริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นเพียงคนกลางและตัวแทนรับจองเท่านั้น สัญญาสำหรับบริการแต่ละรายการเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับพาร์ทเนอร์ และพาร์ทเนอร์แต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้รับผิดชอบต่อบริการนั้น

3.2

พาร์ทเนอร์แต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนของพาร์ทเนอร์แบบไม่ผูกขาด เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. (ก)ทำการตลาดและเสนอบริการของพาร์ทเนอร์บนเว็บไซต์และผ่านช่องทางตามข้อ 6.5
  2. (ข)รับคำขอจอง ตรวจสอบความพร้อมให้บริการกับพาร์ทเนอร์ และเสนอราคา
  3. (ค)ออกการยืนยันการจองในนามของพาร์ทเนอร์สำหรับวันที่ที่พาร์ทเนอร์ยืนยันว่าพร้อมให้บริการ ตามราคาและเงื่อนไขในการ์ดบริการของพาร์ทเนอร์ หรือตามที่พาร์ทเนอร์ได้ยืนยันไว้
  4. (ง)รับชำระเงินจากลูกค้าในนามของพาร์ทเนอร์ และส่งต่อเงินดังกล่าวตามที่กำหนดไว้ในหมวด 12
  5. (จ)รับการแจ้งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองจากลูกค้า และดำเนินการคืนเงินตามการ์ดบริการ การยืนยันการจอง และนโยบายการยกเลิกและการคืนเงิน
3.3

การยืนยันการจองที่ออกภายในขอบอำนาจดังกล่าวมีผลผูกพันพาร์ทเนอร์เสมือนพาร์ทเนอร์เป็นผู้ออกเอง และการที่ลูกค้าชำระเงินสำหรับการจองให้แก่บริษัทฯ ให้ถือเป็นการชำระเงินให้แก่พาร์ทเนอร์ การยืนยันการจองจะระบุพาร์ทเนอร์เป็นผู้ให้บริการ และบริษัทฯ อาจแจ้งชื่อของพาร์ทเนอร์และข้อมูลการติดต่อที่จำเป็นสำหรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้

3.4

บริษัทฯ อาจทำการแทนลูกค้าและผู้ให้บริการรายอื่นในขณะเดียวกัน ให้บริการด้วยยานพาหนะและบริการของบริษัทฯ เอง และรับค่าธรรมเนียมจากลูกค้าและผู้ให้บริการรายอื่นได้ พาร์ทเนอร์ตกลงยินยอมในเรื่องดังกล่าว และการกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการผิดหน้าที่ของบริษัทฯ ในฐานะตัวแทนหรือนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่กระทบต่อสิทธิของบริษัทฯ ในการได้รับค่าตอบแทน

3.5

บริษัทฯ ไม่รับประกันจำนวนการจองหรือรายได้ใด ๆ โปรแกรมนี้ไม่เป็นการผูกขาด พาร์ทเนอร์อาจขายบริการผ่านช่องทางอื่นได้ และบริษัทฯ อาจลงประกาศบริการที่แข่งขันกันได้ ข้อกำหนดนี้ไม่ก่อให้เกิดความเป็นหุ้นส่วน กิจการร่วมค้า หรือความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างและลูกจ้าง และพาร์ทเนอร์ไม่มีสิทธิกระทำการหรือให้คำมั่นใด ๆ ในนามของบริษัทฯ

4บัญชีพาร์ทเนอร์และ API สำหรับพาร์ทเนอร์

4.1

พาร์ทเนอร์เปิดบัญชีพาร์ทเนอร์ด้วยที่อยู่อีเมลและรหัสผ่าน โดยต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบัน (ชื่อบริษัท ผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีแอปพลิเคชันส่งข้อความ เว็บไซต์ และหมวดหมู่บริการ) และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ หากต้องการเปลี่ยนอีเมลของบัญชี พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งไปที่ info@siam-luxury.com

4.2

ผู้ประกอบธุรกิจหนึ่งรายมีบัญชีพาร์ทเนอร์ได้หนึ่งบัญชี เว้นแต่บริษัทฯ จะตกลงเป็นอย่างอื่น ก่อนเผยแพร่การ์ดบริการหรือชำระเงิน บริษัทฯ อาจขอหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของพาร์ทเนอร์ ใบอนุญาตตามหมวด 8 เอกสารแสดงตนของบุคคลผู้กระทำการแทนพาร์ทเนอร์ และหลักฐานบัญชีธนาคารของพาร์ทเนอร์ และอาจปฏิเสธการเปิดบัญชีหรือการ์ดบริการหากไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว

4.3

พาร์ทเนอร์ต้องเก็บรักษารหัสผ่านและคีย์ API ไว้เป็นความลับ และต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทุกอย่างที่กระทำโดยใช้รหัสผ่านและคีย์ดังกล่าว รวมถึงการกระทำของพนักงานของพาร์ทเนอร์และของผู้ให้บริการภายนอกรายใด ๆ ที่พาร์ทเนอร์มอบคีย์ให้ เช่น ผู้ให้บริการระบบบริหารช่องทางการขาย (channel manager) หากรหัสผ่านหรือคีย์อาจสูญหายหรือถูกใช้โดยมิชอบ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ทันทีและเปลี่ยนคีย์ใหม่

4.4

คีย์ API จะแสดงเพียงครั้งเดียวในขณะที่สร้างคีย์ คีย์ใหม่จะใช้แทนคีย์เดิม และพาร์ทเนอร์สามารถยกเลิกคีย์ได้ในหน้าโปรไฟล์ของตน พาร์ทเนอร์ต้องใช้งาน API สำหรับพาร์ทเนอร์ตามที่เอกสารประกอบอธิบายไว้และภายในขีดจำกัดการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันคือคำขอเรียกใช้งาน 120 ครั้งต่อนาที และรูปภาพ 200 รูปต่อชั่วโมง ต่อหนึ่งคีย์

4.5

พาร์ทเนอร์ต้องไม่ทดสอบหรือเจาะระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์ เข้าถึงข้อมูลของพาร์ทเนอร์รายอื่น หลีกเลี่ยงขีดจำกัดการใช้งาน ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ (scraping) หรืออัปโหลดโค้ดที่เป็นอันตราย บริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลงระบบพาร์ทเนอร์และ API สำหรับพาร์ทเนอร์ได้ โดยแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาอันสมควรในกรณีที่พาร์ทเนอร์ต้องปรับระบบของตน และอาจระงับคีย์หรือเซสชันได้ทันทีเพื่อปกป้องเว็บไซต์หรือผู้ใช้ โดยแจ้งเหตุผลให้พาร์ทเนอร์ทราบ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะประกาศการหยุดให้บริการระบบพาร์ทเนอร์หรือ API สำหรับพาร์ทเนอร์ตามแผนไว้ล่วงหน้าเท่าที่สามารถกระทำได้

5การ์ดบริการและการตรวจสอบ

5.1

พาร์ทเนอร์จัดทำการ์ดบริการสำหรับบริการแต่ละรายการ พร้อมข้อมูลและจำนวนรูปภาพตามที่ระบบพาร์ทเนอร์กำหนด รวมถึงรายการ "รวมในราคา" และ "ชำระเพิ่ม" เงื่อนไขสำหรับลูกค้า และเงินประกัน การกรอกข้อมูลเพียงหนึ่งภาษาถือว่าเพียงพอ และบริษัทฯ อาจเพิ่มภาษาอื่นให้

5.2

การ์ดบริการทุกรายการต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ทุกข้อ

  1. (ก)อธิบายบริการที่มีอยู่จริงซึ่งพาร์ทเนอร์สามารถให้บริการได้ พร้อมรูปภาพของยานพาหนะ เรือ อากาศยาน ทรัพย์สิน หรือกิจกรรมนั้นจริงในสภาพปัจจุบัน
  2. (ข)ระบุปี ความจุ ข้อมูลจำเพาะ สิ่งที่รวมอยู่ในราคา และเงื่อนไขอย่างถูกต้อง รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขทุกประการที่ลูกค้าต้องรับภาระหรือปฏิบัติ
  3. (ค)ไม่มีข้อมูลการติดต่อ ลิงก์ คิวอาร์โค้ด หรือการอ้างอิงถึงช่องทางการจองอื่น
  4. (ง)ไม่มีเนื้อหาที่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด ก่อให้เกิดความขุ่นเคือง หรือเลือกปฏิบัติ ไม่มีสิ่งใดที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น และไม่มีภาพบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น
  5. (จ)เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงหลักเกณฑ์ว่าด้วยการโฆษณาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
5.3

ทีมงานของบริษัทฯ ตรวจสอบการ์ดบริการทุกรายการก่อนแสดงบนเว็บไซต์ และจะอนุมัติการ์ดบริการนั้น หรือขอให้แก้ไขหรือปฏิเสธการ์ดบริการนั้นโดยแจ้งเหตุผลไว้ในบันทึกความเห็น การตัดสินใจกระทำโดยบุคคล ซึ่งอาจใช้ซอฟต์แวร์เป็นเครื่องมือช่วย การเผยแพร่การ์ดบริการไม่ได้หมายความว่าบริษัทฯ ยืนยันว่าบริการนั้นชอบด้วยกฎหมาย ปลอดภัย หรือตรงตามที่อธิบายไว้

5.4

การ์ดบริการที่มีการแก้ไขจะได้รับการตรวจสอบอีกครั้ง และในระหว่างนั้นเว็บไซต์จะยังคงแสดงฉบับที่ได้รับอนุมัติแล้ว พาร์ทเนอร์สามารถนำการ์ดบริการออกจากเว็บไซต์ได้ทุกเมื่อ และต้องนำออกหรือแจ้งบริษัทฯ เมื่อบริการนั้นไม่พร้อมให้บริการอีกต่อไป การนำการ์ดบริการออกไม่เป็นการยกเลิกการจองที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งพาร์ทเนอร์ยังคงต้องปฏิบัติตาม

5.5

บริษัทฯ อาจปฏิเสธ แก้ไข ซ่อน นำออก หรือลบการ์ดบริการ หากบริษัทฯ เห็นว่าการ์ดบริการนั้นไม่ถูกต้อง ไม่สามารถตรวจสอบได้ ซ้ำซ้อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่าบริการนั้นไม่ปลอดภัยหรือไม่พร้อมให้บริการ ว่าข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบริการนั้นมีมูล หรือว่าพาร์ทเนอร์ปฏิบัติผิดข้อกำหนดนี้ โดยบริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลให้พาร์ทเนอร์ทราบ และแจ้งวิธีแก้ไขในกรณีที่สามารถทำได้ บริษัทฯ อาจจำกัดจำนวนการ์ดบริการต่อหนึ่งบัญชีพาร์ทเนอร์ได้ด้วย

5.6

พาร์ทเนอร์ต้องไม่ลงประกาศบริการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในประเทศไทย หรือบริการที่พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการ เช่น การให้เช่าที่พักระยะสั้นซึ่งกฎหมายหรือข้อบังคับของอาคารห้ามไว้ บุคคลใดก็ตามสามารถแจ้งการ์ดบริการที่ตนเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ โดยส่งอีเมลไปที่ info@siam-luxury.com พร้อมระบุชื่อและข้อมูลการติดต่อ ลิงก์ของการ์ดบริการ เหตุผล และคำรับรองว่าการแจ้งนั้นเป็นความจริงซึ่งลงลายมือชื่อหรือลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้ว บริษัทฯ อาจซ่อนการ์ดบริการไว้ในระหว่างการตรวจสอบ และจะรับฟังพาร์ทเนอร์ก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจแจ้งการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

6การจัดอันดับ การแสดงผล และการส่งเสริมการขายการ์ดบริการ

6.1

บริษัทฯ เป็นผู้กำหนดการจัดลำดับและการแสดงผลการ์ดบริการ ในการเรียงลำดับเริ่มต้นแบบ "ยอดนิยม" ของแต่ละหมวดหมู่บนเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. (ก)บริการของบริษัทฯ เอง เช่น รถยนต์ของบริษัทฯ จะแสดงเป็นลำดับแรก
  2. (ข)การ์ดบริการที่ทีมงานคัดเลือกเองจะแสดงในลำดับถัดไป เช่น เพื่อแสดงความหลากหลายของสี ประเภท หรือฤดูกาล
  3. (ค)การ์ดบริการอื่นจะแสดงต่อจากนั้นเป็นชุดตามระดับราคา โดยแต่ละชุดเริ่มด้วยการ์ดบริการจากช่วงราคาสูงสุด ตามด้วยการ์ดบริการจากช่วงราคาระดับกลางและระดับประหยัด
  4. (ง)การ์ดบริการสองรายการที่เป็นรุ่นหรือประเภทเดียวกันจะไม่ถูกวางติดกัน หากมีการ์ดบริการอื่นที่สามารถวางในตำแหน่งนั้นได้
6.2

ปัจจัยในการจัดอันดับดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าเห็นบริการที่บริษัทฯ ดูแลเอง ตัวเลือกที่หลากหลาย และราคาครบทุกระดับได้อย่างรวดเร็ว ลูกค้ายังสามารถเรียงลำดับตามราคาและใช้ตัวกรองได้ หน้าแรกของเว็บไซต์จะแสดงการ์ดบริการที่ถูกทำเครื่องหมายเป็นรายการแนะนำ หรือหากไม่มีการทำเครื่องหมายไว้ จะแสดงการ์ดบริการที่มีราคาสูงสุดของหมวดหมู่นั้น

6.3

ในกรณีที่พาร์ทเนอร์หลายรายเสนอยานพาหนะ เรือ ทรัพย์สิน หรือรุ่นเดียวกัน โดยปกติบริษัทฯ จะแสดงการ์ดบริการเพียงรายการเดียว คือรายการที่มีราคาสุดท้ายที่ลูกค้าต้องชำระต่ำที่สุดสำหรับบริการและฤดูกาลเดียวกัน ส่วนการ์ดบริการอื่นจะถูกซ่อนไว้เป็นตัวเลือกสำรอง ดังนั้น ราคาหรือราคาสุทธิของพาร์ทเนอร์อาจมีผลต่อการที่การ์ดบริการของพาร์ทเนอร์จะได้รับการแสดงหรือไม่

6.4

ในปัจจุบัน บริษัทฯ ไม่ได้ขายตำแหน่งการแสดงผลบนเว็บไซต์ และไม่ได้เผยแพร่รีวิวของลูกค้า ก่อนที่บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าว บริษัทฯ จะระบุให้ชัดเจนว่าตำแหน่งการแสดงผลใดเป็นตำแหน่งที่มีการชำระค่าตอบแทน และจะเผยแพร่หลักเกณฑ์ในการรวบรวม ตรวจสอบ และแสดงรีวิว

6.5

บริษัทฯ อาจส่งเสริมการขายบริการของพาร์ทเนอร์ในข้อเสนอและข้อความถึงลูกค้า ผ่านผู้จัดการของบริษัทฯ ในการโฆษณาบนเครื่องมือค้นหาและโซเชียลมีเดีย บนเพจของบริษัทฯ ใน Instagram, Facebook, LinkedIn และเครือข่ายอื่น ใน WhatsApp, Telegram และ LINE ผ่านแอฟฟิลิเอต และผ่านการ์ดคิวอาร์โค้ดที่วางไว้ที่พาร์ทเนอร์รายอื่นได้ด้วย ก่อนการจอง บริษัทฯ อาจเสนอบริการของบริษัทฯ เองหรือบริการของผู้ให้บริการรายอื่นแก่ลูกค้า เช่น บริการรับส่ง

7ความถูกต้องของข้อมูลและคำรับรองของพาร์ทเนอร์

7.1

พาร์ทเนอร์ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของการ์ดบริการของตนและของข้อมูลทั้งหมดที่ตนแจ้งแก่บริษัทฯ และลูกค้า รวมถึงภายหลังที่บริษัทฯ ได้แก้ไขหรือแปลการ์ดบริการแล้ว เว้นแต่ข้อผิดพลาดที่เกิดจากบริษัทฯ พาร์ทเนอร์ต้องตรวจสอบการ์ดบริการของตนที่เผยแพร่แล้ว และแจ้งบริษัทฯ ทันทีเมื่อพบข้อผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงใดที่กระทบต่อการ์ดบริการหรือการจอง เช่น การขายทรัพย์สิน ความเสียหาย การเปลี่ยนเรือหรือลูกเรือ งานก่อสร้างหรือซ่อมแซมในทรัพย์สิน หรือการเปลี่ยนแปลงใบอนุญาต

7.2

ทุกครั้งที่พาร์ทเนอร์ยอมรับข้อกำหนดนี้ ส่งการ์ดบริการให้ตรวจสอบ หรือยืนยันการจอง พาร์ทเนอร์ให้คำรับรองดังต่อไปนี้

  1. (ก)พาร์ทเนอร์จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิประกอบธุรกิจของตนในประเทศไทย รวมถึงตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และพนักงานต่างด้าวของพาร์ทเนอร์มีใบอนุญาตทำงานตามที่กฎหมายกำหนด
  2. (ข)พาร์ทเนอร์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ใช้ในการให้บริการ หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของทรัพย์สินนั้นให้นำมาเสนอให้บริการได้
  3. (ค)พาร์ทเนอร์มีและรักษาไว้ซึ่งใบอนุญาต การอนุญาต การจดทะเบียน และการประกันภัยทุกประการที่จำเป็นสำหรับบริการของตนให้มีผลใช้บังคับอยู่เสมอ (หมวด 8)
  4. (ง)บริการ ทรัพย์สิน และพนักงานของพาร์ทเนอร์เป็นไปตามหมวด 13และกฎหมายที่ใช้บังคับทุกฉบับ
  5. (จ)การ์ดบริการและข้อมูลของพาร์ทเนอร์เป็นความจริง ครบถ้วน และไม่ทำให้เข้าใจผิด และพาร์ทเนอร์มีสิทธิในเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ตามที่หมวด 9กำหนด
  6. (ฉ)พาร์ทเนอร์ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับแก่ตน
  7. (ช)พาร์ทเนอร์ไม่เคยและจะไม่ให้เงิน ของขวัญ หรือประโยชน์ใด ๆ แก่พนักงานของบริษัทฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งการแสดงผล การจอง หรือเงื่อนไขที่ดีกว่า
7.3

หากคำรับรองใดไม่เป็นความจริงอีกต่อไป พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ทันที และหยุดเสนอบริการที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะได้แก้ไขเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง

8ใบอนุญาต การอนุญาต และการประกันภัย

8.1

พาร์ทเนอร์ต้องจัดให้มีและรักษาไว้ซึ่งทุกสิ่งที่กฎหมายกำหนดสำหรับบริการของตน โดยเป็นค่าใช้จ่ายของพาร์ทเนอร์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  1. (ก)สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้แก่ การจดทะเบียนและการชำระภาษีรถต่อกรมการขนส่งทางบกในประเภทที่กฎหมายกำหนดสำหรับรถที่นำออกให้เช่า การประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 สภาพรถที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยในการใช้งาน และหมวกนิรภัยสำหรับรถจักรยานยนต์
  2. (ข)สำหรับเรือและเรือยอชต์ ได้แก่ การจดทะเบียนเรือ ใบรับรองการตรวจเรือที่ยังมีผลใช้ได้ และใบอนุญาตใช้เรือเพื่อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารจากกรมเจ้าท่า ผู้ควบคุมเรือและคนประจำเรือที่มีประกาศนียบัตรตามกฎหมาย อุปกรณ์ความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด และการประกันภัยคนโดยสารในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  3. (ค)สำหรับวิลล่าและคอนโดมิเนียมที่ให้เช่าเป็นระยะเวลาน้อยกว่าหนึ่งเดือน ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 หรือการจดแจ้งเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมในกรณีที่กฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเปิดให้กระทำได้ ความยินยอมของเจ้าของและการปฏิบัติตามข้อบังคับของอาคารชุดหรือโครงการ และการแจ้งที่พักของคนต่างด้าวที่เป็นลูกค้า (แบบ ตม.30) ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
  4. (ง)สำหรับเที่ยวบิน ได้แก่ ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศและการอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และนักบินที่มีใบอนุญาต
  5. (จ)สำหรับทัวร์และกิจกรรม ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551
  6. (ฉ)สำหรับประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ หนังสือมอบอำนาจหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของให้ทำการตลาดทรัพย์สินนั้น ข้อมูลที่เป็นความจริงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และเอกสารสิทธิ และต้องไม่มีการเสนอขายที่ขัดต่อหลักเกณฑ์เรื่องการถือกรรมสิทธิ์ของคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน (พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497) หรือพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522
  7. (ช)สำหรับบริการอื่น ได้แก่ ใบอนุญาต การอนุญาต หรือคุณวุฒิทุกประการที่กิจกรรมนั้นต้องมี เช่น สำหรับการรับขนคนโดยสาร อาหาร การนวด หรือการดูแลเด็ก
8.2

พาร์ทเนอร์ต้องจัดให้มีการประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด และการประกันภัยที่ผู้ประกอบการในธุรกิจประเภทเดียวกันซึ่งใช้ความระมัดระวังพึงจัดให้มี รวมถึงความคุ้มครองการบาดเจ็บของลูกค้าและความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้า การ์ดบริการแต่ละรายการต้องระบุตามความจริงว่ามีการประกันภัยใดคุ้มครองลูกค้า และค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) ที่ลูกค้าต้องรับผิดชอบ หากมี

8.3

เมื่อได้รับการร้องขอ พาร์ทเนอร์ต้องส่งสำเนาใบอนุญาต เอกสารการจดทะเบียน และกรมธรรม์ประกันภัยของตนภายใน 5 วันทำการ บริษัทฯ อาจเชื่อถือเอกสารดังกล่าวได้โดยไม่ต้องตรวจสอบ และการตรวจสอบของบริษัทฯ ไม่เป็นการโอนความรับผิดชอบใด ๆ มายังบริษัทฯ หากใบอนุญาต การจดทะเบียน หรือกรมธรรม์ใดสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือถูกปฏิเสธ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ทันที และนำการ์ดบริการที่เกี่ยวข้องออกจากเว็บไซต์

9การอนุญาตให้ใช้เนื้อหาและการแก้ไขเนื้อหา

9.1

พาร์ทเนอร์ยังคงเป็นเจ้าของเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ นับแต่เวลาที่พาร์ทเนอร์ส่งมอบเนื้อหาดังกล่าว พาร์ทเนอร์อนุญาตให้บริษัทฯ ใช้สิทธิในเนื้อหาของพาร์ทเนอร์แบบไม่ผูกขาด โดยไม่มีค่าตอบแทน และมีผลทั่วโลก เพื่อใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง แปล จัดพิมพ์เผยแพร่ และเผยแพร่ต่อสาธารณชนในสื่อทุกประเภท เพื่อเสนอบริการของพาร์ทเนอร์ และเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทฯ และเว็บไซต์ บริษัทฯ อาจอนุญาตให้ใช้สิทธิช่วงเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันแก่ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทฯ แพลตฟอร์มโฆษณาและโซเชียลมีเดีย และแอฟฟิลิเอต และอาจใช้ชื่อทางการค้าและโลโก้ของพาร์ทเนอร์เพื่อระบุว่าพาร์ทเนอร์เป็นผู้ให้บริการนั้น

9.2

บริษัทฯ อาจแก้ไขเนื้อหาของพาร์ทเนอร์เพื่อความถูกต้อง ความชัดเจน ลีลาการเขียน และให้เข้ากับรูปแบบของเว็บไซต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ อาจแปลข้อความ รวมถึงโดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วย อาจย่อหรือเรียบเรียงคำอธิบายใหม่ อาจเลือก จัดลำดับ ตัดขอบ ปรับขนาด และบีบอัดรูปภาพ และแปลงรูปแบบไฟล์ และอาจปิดลายน้ำและโลโก้ที่มุมของรูปภาพด้วยแผ่นป้ายที่มีโลโก้ของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ปิดชื่อหรือโลโก้ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพ เช่น ชื่อบนตัวเรือ

9.3

พาร์ทเนอร์ยืนยันว่าผู้สร้างสรรค์และเจ้าของเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ได้ยินยอมให้มีการใช้และการแก้ไขดังกล่าวแล้ว รวมถึงการดัดแปลง และการปิดลายน้ำและข้อมูลการบริหารสิทธิอื่น และจะไม่ยกธรรมสิทธิของตนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ขึ้นอ้างต่อบริษัทฯ ในเรื่องดังกล่าว หากจำเป็นต้องคงลายน้ำไว้ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งก่อนที่จะมีการเผยแพร่รูปภาพนั้น

9.4

การอนุญาตให้ใช้สิทธิมีผลตลอดระยะเวลาที่การ์ดบริการยังลงประกาศอยู่ และต่อไปอีก 30 วันนับแต่วันที่นำการ์ดบริการออกจากเว็บไซต์ รวมถึงในกรณีที่ข้อกำหนดนี้สิ้นสุดลง เพื่อให้บริษัทฯ สามารถนำเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ออกจากโฆษณาและโพสต์บนโซเชียลมีเดียได้ หลังจากนั้น บริษัทฯ อาจเก็บสำเนาไว้ในข้อความที่ส่งถึงลูกค้าไปแล้ว ในบันทึกการจอง เอกสารจัดเก็บ และข้อมูลสำรอง และในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้เพื่อการเรียกร้องสิทธิหรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

9.5

หากบุคคลภายนอกกล่าวอ้างว่าเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ละเมิดสิทธิของตน บริษัทฯ อาจนำเนื้อหานั้นออกได้ทันที พาร์ทเนอร์ต้องดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องดังกล่าวโดยเป็นค่าใช้จ่ายของตนเอง และต้องปกป้องบริษัทฯ ตามที่กำหนดไว้ในหมวด 17

10ราคาและความพร้อมให้บริการ

10.1

ราคาในการ์ดบริการเป็นราคาสุดท้ายที่ลูกค้าชำระสำหรับบริการตามที่อธิบายไว้ ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่นทุกประเภท ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมภาคบังคับไว้แล้ว ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถรวมไว้ในราคาได้ เช่น ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติต่อคน ต้องระบุพร้อมจำนวนเงินไว้ในรายการ "ชำระเพิ่ม"

10.2

ราคาระบุเป็นเงินบาท หรือเป็นสกุลเงินอื่นที่ระบบพาร์ทเนอร์เปิดให้เลือกสำหรับการ์ดบริการนั้น เว็บไซต์อาจแสดงราคาที่แปลงเป็นสกุลเงินอื่นโดยประมาณ ทั้งนี้ ให้ถือตามราคาที่ระบุในการยืนยันการจองเป็นสำคัญ

10.3

ภายใต้รูปแบบค่าคอมมิชชัน ราคาในการ์ดบริการของพาร์ทเนอร์เป็นราคาที่แสดงต่อลูกค้า และต้องไม่สูงกว่าราคาที่พาร์ทเนอร์เรียกเก็บจากบุคคลทั่วไปสำหรับบริการ วันที่ และเงื่อนไขเดียวกันผ่านช่องทางโดยตรงของพาร์ทเนอร์เอง หลักเกณฑ์นี้มีขึ้นเพื่อให้ลูกค้าที่จองผ่านบริษัทฯ ไม่ต้องชำระเงินสูงกว่าราคาที่พาร์ทเนอร์เสนอต่อสาธารณะ โดยพาร์ทเนอร์ยังคงมีอิสระที่จะขายผ่านช่องทางอื่นใดก็ได้

10.4

บริษัทฯ ตรวจสอบราคาก่อนเผยแพร่การ์ดบริการ บริษัทฯ อาจแก้ไขข้อผิดพลาดที่เห็นได้ชัด ปัดเศษราคา หรือเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายภาคบังคับอื่นที่ราคาของพาร์ทเนอร์ไม่ได้รวมไว้ และจะแจ้งให้พาร์ทเนอร์ทราบ หากการ์ดบริการแสดงราคาผิดเนื่องจากความผิดพลาดของพาร์ทเนอร์ พาร์ทเนอร์ต้องให้บริการตามการจองที่ได้รับการยืนยันในราคานั้น เว้นแต่ข้อผิดพลาดนั้นเป็นที่เห็นได้ชัดสำหรับลูกค้า หากข้อผิดพลาดเกิดจากบริษัทฯ บริษัทฯ จะดำเนินการกับลูกค้าตามข้อตกลงผู้ใช้บริการ และพาร์ทเนอร์ไม่จำต้องให้บริการในราคาที่ต่ำกว่าราคาของพาร์ทเนอร์เอง

10.5

ความพร้อมให้บริการที่แสดงบนเว็บไซต์ไม่ได้แสดงตามเวลาจริง ก่อนยืนยันการจอง บริษัทฯ จะขอให้พาร์ทเนอร์ยืนยันความพร้อมให้บริการ ราคา และเงื่อนไขสำหรับวันที่นั้น พาร์ทเนอร์ต้องตอบกลับโดยเร็ว และในกรณีที่มีลูกค้ารอคำตอบอยู่ ต้องตอบภายในระยะเวลาที่ผู้จัดการของบริษัทฯ ร้องขอ มิฉะนั้น บริษัทฯ อาจเสนอบริการอื่นให้แก่ลูกค้า พาร์ทเนอร์ต้องไม่ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองที่ได้รับการยืนยันแล้วเพราะเหตุที่ได้รับข้อเสนอที่ดีกว่า ได้ขึ้นราคา หรือได้ขายวันดังกล่าวผ่านช่องทางอื่นไปแล้ว

11ค่าคอมมิชชันและราคาสุทธิ

11.1

บริษัทฯ ได้รับค่าตอบแทนตามรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจากสองรูปแบบ รูปแบบค่าคอมมิชชันใช้บังคับกับพาร์ทเนอร์ทุกราย เว้นแต่บริษัทฯ จะยืนยันรูปแบบราคาสุทธิหรืออัตราอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร รูปแบบและอัตราที่ใช้บังคับจะบันทึกไว้ในบัญชีพาร์ทเนอร์ และใช้กับคำขอจองที่ได้รับในระหว่างที่รูปแบบและอัตรานั้นมีผลใช้บังคับ

11.2

ภายใต้รูปแบบค่าคอมมิชชัน พาร์ทเนอร์ต้องชำระค่าคอมมิชชันให้แก่บริษัทฯ ในอัตรา 10% (ร้อยละสิบ) ของมูลค่าการจองของการจองที่บริษัทฯ แนะนำทุกรายการ เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงอัตราอื่นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร การจองที่บริษัทฯ แนะนำ คือ "การจองที่มาจากเรา" ตามถ้อยคำในช่องยอมรับข้อกำหนดเมื่อสมัครสมาชิก

11.3

ค่าคอมมิชชันถึงกำหนดชำระต่อเมื่อลูกค้าได้ชำระเงินสำหรับการจองที่บริษัทฯ แนะนำแล้ว ไม่ว่าจะชำระให้แก่บริษัทฯ หรือพาร์ทเนอร์ และสำหรับราคาแต่ละส่วน ค่าคอมมิชชันถึงกำหนดชำระเมื่อมีการชำระราคาส่วนนั้น ไม่มีค่าคอมมิชชันที่ต้องชำระสำหรับการจองที่ถูกยกเลิกและได้คืนเงินให้ลูกค้าเต็มจำนวนแล้ว หากลูกค้ายกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือไม่มาใช้บริการ และพาร์ทเนอร์เก็บเงินไว้ ค่าคอมมิชชันต้องชำระตามจำนวนเงินที่พาร์ทเนอร์เก็บไว้ หากพาร์ทเนอร์ยกเลิกหรือไม่ให้บริการ ไม่มีค่าคอมมิชชันที่ต้องชำระ แต่ให้ใช้บังคับตามหมวด 14

11.4

ภายใต้รูปแบบราคาสุทธิ พาร์ทเนอร์แจ้งราคาสุทธิสำหรับบริการแต่ละรายการแก่บริษัทฯ และบริษัทฯ เป็นผู้กำหนดราคาที่ลูกค้าชำระ สำหรับการจองที่บริษัทฯ แนะนำแต่ละรายการ พาร์ทเนอร์จะได้รับราคาสุทธิ และส่วนต่างระหว่างราคาที่ลูกค้าชำระกับราคาสุทธิเป็นค่าตอบแทนของบริษัทฯ โดยส่วนลดใด ๆ ที่บริษัทฯ ให้แก่ลูกค้าจะหักจากส่วนต่างดังกล่าว

11.5

ราคาสุทธิเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ พาร์ทเนอร์ต้องไม่เปิดเผยราคาสุทธิแก่ลูกค้า หรือเสนอราคาใดแก่ลูกค้านอกเหนือจากราคาในการยืนยันการจอง หากลูกค้าชำระเงินให้แก่พาร์ทเนอร์โดยตรงภายใต้รูปแบบราคาสุทธิ พาร์ทเนอร์ต้องส่งมอบเงินส่วนที่เกินกว่าราคาสุทธิทั้งหมดให้แก่บริษัทฯ ภายใน 7 วัน

11.6

สำหรับประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ ค่าคอมมิชชันจากการขายเป็นไปตามอัตราที่คู่สัญญาตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับทรัพย์สินนั้น และบริษัทฯ อาจปฏิเสธที่จะแนะนำผู้ซื้อจนกว่าจะได้ตกลงอัตราดังกล่าว ค่าคอมมิชชันดังกล่าวต้องชำระเมื่อผู้ซื้อชำระราคา ตามสัดส่วนของการชำระเงินแต่ละงวด รวมถึงในกรณีที่ขายโดยตรงให้แก่ผู้ซื้อที่บริษัทฯ แนะนำ หากการขายนั้นได้กระทำภายใน 12 เดือนนับแต่การติดต่อครั้งสุดท้ายของบริษัทฯ กับผู้ซื้อรายนั้นเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว

11.7

การลงการ์ดบริการบนเว็บไซต์ไม่มีค่าใช้จ่าย บริษัทฯ ไม่เรียกเก็บค่าสมัคร ค่าลงประกาศ หรือค่าบริการรายเดือน เว้นแต่พาร์ทเนอร์ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะใช้บริการที่มีค่าใช้จ่าย ค่าคอมมิชชันหรือส่วนต่างตามข้อ 11.4 เป็นค่าตอบแทนทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้รับจากพาร์ทเนอร์สำหรับการจองแต่ละรายการ

12การออกใบแจ้งหนี้ การชำระเงิน และภาษี

12.1

ในกรณีที่บริษัทฯ เป็นผู้รับชำระเงินจากลูกค้าสำหรับการจองที่บริษัทฯ แนะนำ บริษัทฯ จะหักค่าคอมมิชชันไว้ หรือหักค่าตอบแทนของบริษัทฯ ไว้ในกรณีรูปแบบราคาสุทธิ และชำระเงินส่วนที่เหลือให้แก่พาร์ทเนอร์ภายในวันที่ตกลงกันสำหรับการจองนั้น หรือหากไม่ได้ตกลงกันไว้ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่บริการสิ้นสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจหักจำนวนเงินอื่นใดที่พาร์ทเนอร์ค้างชำระต่อบริษัทฯ ตามข้อกำหนดนี้ออกก่อนได้

12.2

ในกรณีที่พาร์ทเนอร์เป็นผู้รับชำระเงินจากลูกค้าสำหรับการจองที่บริษัทฯ แนะนำ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งจำนวนเงินและวันที่รับชำระให้บริษัทฯ ทราบภายใน 2 วันทำการ บริษัทฯ จะออกใบแจ้งหนี้ค่าคอมมิชชันสำหรับการจองแต่ละรายการหรือเดือนละครั้ง และพาร์ทเนอร์ต้องชำระตามใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับภายใน 7 วันนับแต่วันที่ที่ระบุในใบแจ้งหนี้

12.3

พาร์ทเนอร์ต้องชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุในใบแจ้งหนี้ของบริษัทฯ เท่านั้น การชำระเงินให้แก่บุคคลหรือบัญชีอื่นใด รวมถึงพนักงานของบริษัทฯ ไม่ทำให้พาร์ทเนอร์หลุดพ้นจากหนี้ เว้นแต่บริษัทฯ จะยืนยันการได้รับเงินเป็นลายลักษณ์อักษร

12.4

ค่าคอมมิชชันยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบริษัทฯ จะเรียกเก็บเพิ่มในใบแจ้งหนี้หากต้องเสียภาษีดังกล่าว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบภาษีของตนเอง พาร์ทเนอร์ที่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าคอมมิชชันตามประมวลรัษฎากร ให้หักไว้เพียงจำนวนที่กฎหมายกำหนด และส่งมอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่บริษัทฯ ในขณะชำระเงิน หากไม่มีหนังสือรับรองดังกล่าว ให้ถือว่าจำนวนเงินที่หักไว้ยังไม่ได้ชำระ ในกรณีที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่ชำระให้แก่พาร์ทเนอร์ บริษัทฯ จะส่งมอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ และให้ถือว่าจำนวนเงินที่หักไว้ได้ชำระแล้ว

12.5

การชำระเงินให้ชำระเป็นเงินบาท เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น และพาร์ทเนอร์ต้องรับภาระค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปยังหรือจากบัญชีในต่างประเทศหรือในสกุลเงินอื่น และส่วนต่างจากอัตราแลกเปลี่ยน หากพาร์ทเนอร์ชำระเงินล่าช้า พาร์ทเนอร์ต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราตามมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ตามสมควรของบริษัทฯ และบริษัทฯ อาจระงับการ์ดบริการของพาร์ทเนอร์ไว้จนกว่าจะได้รับชำระ

12.6

บริษัทฯ อาจนำจำนวนเงินใด ๆ ที่พาร์ทเนอร์ค้างชำระต่อบริษัทฯ รวมถึงค่าคอมมิชชัน เงินคืน และเงินที่ต้องชดใช้คืน มาหักกลบลบหนี้กับจำนวนเงินใด ๆ ที่บริษัทฯ ถือไว้แทนพาร์ทเนอร์หรือค้างชำระต่อพาร์ทเนอร์ รวมถึงค่าคอมมิชชันตามข้อกำหนดโปรแกรมแอฟฟิลิเอต

12.7

พาร์ทเนอร์ต้องเก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับการจองที่บริษัทฯ แนะนำและการรับชำระเงินสำหรับการจองดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามที่พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประมวลรัษฎากรกำหนด และต้องแสดงบันทึกดังกล่าวต่อบริษัทฯ เมื่อได้รับการร้องขอตามสมควร หากพาร์ทเนอร์ไม่ดำเนินการภายใน 10 วันทำการ บริษัทฯ อาจคำนวณค่าคอมมิชชันจากราคาในการยืนยันการจอง หรือสำหรับการจองที่ทำโดยตรงกับพาร์ทเนอร์ จากราคาที่พาร์ทเนอร์เสนอต่อสาธารณะ พาร์ทเนอร์ต้องโต้แย้งใบแจ้งหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผลภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ และต้องชำระส่วนที่ไม่มีข้อโต้แย้งภายในกำหนด

13การจอง มาตรฐานการให้บริการ และความปลอดภัย

13.1

เมื่อการจองได้รับการยืนยันแล้ว พาร์ทเนอร์ต้องให้บริการตรงตามที่การ์ดบริการและการยืนยันการจองระบุไว้ทุกประการ ณ เวลาและสถานที่ที่ตกลงกัน และต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารดังกล่าว พาร์ทเนอร์อาจเปลี่ยนยานพาหนะ เรือ ทรัพย์สิน หรือกิจกรรมได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากลูกค้าและบริษัทฯ และต้องเปลี่ยนเป็นรายการที่มีมาตรฐานเท่าเทียมหรือดีกว่าเท่านั้น พาร์ทเนอร์ติดต่อลูกค้าได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ และต้องแจ้งบริษัทฯ ถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่ได้ตกลงกับลูกค้า

13.2

พาร์ทเนอร์ต้องให้บริการด้วยความระมัดระวัง ความชำนาญ และโดยปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พาร์ทเนอร์ต้อง

  1. (ก)ดูแลยานพาหนะ เรือ อากาศยาน ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ให้สะอาด ปลอดภัย อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และได้รับการบำรุงรักษาตามที่ผู้ผลิตและกฎหมายกำหนด
  2. (ข)ใช้พนักงาน กัปตัน ผู้ขับขี่ นักบิน และมัคคุเทศก์ที่มีคุณสมบัติ มีใบอนุญาต และไม่อยู่ในอาการมึนเมา และรับผิดในการกระทำของบุคคลดังกล่าวและของผู้รับจ้างช่วงของตนเสมือนเป็นการกระทำของตนเอง
  3. (ค)ให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่ลูกค้า และจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับบริการ เช่น เสื้อชูชีพสำหรับทุกคนบนเรือ และหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์
  4. (ง)ส่งมอบยานพาหนะเฉพาะแก่ผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่ที่ยังมีผลใช้ได้สำหรับประเภทของยานพาหนะนั้น และมีอายุตามที่กำหนดไว้ในการ์ดบริการ
  5. (จ)ยกเลิก หยุด หรือเปลี่ยนแปลงกิจกรรมเมื่อสภาพอากาศ สภาพทะเล หรือสภาพของลูกค้าทำให้กิจกรรมนั้นไม่ปลอดภัย โดยให้ถือว่าคำวินิจฉัยของกัปตันหรือนักบินในเรื่องความปลอดภัยเป็นที่สุด
  6. (ฉ)ปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความเคารพ โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือคุกคาม และไม่ติดตั้งกล้องในห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่ส่วนตัวอื่นของทรัพย์สิน
13.3

ในการส่งมอบและรับคืนยานพาหนะ เรือ หรือทรัพย์สิน พาร์ทเนอร์ต้องบันทึกสภาพ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และความเสียหายที่มีอยู่เดิม ด้วยรูปภาพหรือวิดีโอที่ระบุวันที่ และมอบสำเนาให้ลูกค้าเมื่อลูกค้าร้องขอ การเรียกร้องค่าเสียหายจากลูกค้าต้องมีบันทึกดังกล่าว และใบแจ้งหนี้ค่าซ่อมหรือใบเสนอราคาค่าซ่อม เป็นหลักฐานประกอบ

13.4

ในกรณีที่พาร์ทเนอร์เป็นผู้ถือเงินประกัน พาร์ทเนอร์ต้องคืนเงินประกันตามที่การ์ดบริการหรือการยืนยันการจองระบุไว้ โดยปกติภายใน 14 วันนับแต่วันที่บริการสิ้นสุด โดยหักได้เฉพาะจำนวนเงินที่มีเอกสารหลักฐานสำหรับความเสียหาย ค่าปรับ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทำความสะอาด หรือการส่งคืนล่าช้า ซึ่งเอกสารดังกล่าวอนุญาตให้หักได้เท่านั้น ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าปรับจราจร ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พาร์ทเนอร์อาจเก็บเงินประกันส่วนที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่าจะทราบจำนวนค่าใช้จ่าย และต้องแจ้งเหตุผลให้ลูกค้าทราบ

13.5

พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องแจ้งทันทีในกรณีร้ายแรง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การเสียชีวิต การโจรกรรม เหตุที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ข้อร้องเรียนร้ายแรง หรือการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำ และต้องให้ความร่วมมือกับบริษัทฯ และหน่วยงานของรัฐ สำหรับวิลล่าและคอนโดมิเนียม พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งที่พักของคนต่างด้าว (แบบ ตม.30) สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติภายในกำหนดเวลา และบริษัทฯ อาจส่งต่อข้อมูลหนังสือเดินทางที่ได้รับจากลูกค้าให้แก่พาร์ทเนอร์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวและเพื่อการทำสัญญาเช่า

14ข้อร้องเรียนของลูกค้า การเปลี่ยนแปลง และการคืนเงิน

14.1

บริษัทฯ เป็นช่องทางติดต่อแรกของลูกค้าสำหรับการจองที่บริษัทฯ แนะนำ พาร์ทเนอร์ต้องตอบข้อร้องเรียนใด ๆ ที่บริษัทฯ ส่งต่อมาภายใน 24 ชั่วโมง และพยายามแก้ไขปัญหา ณ สถานที่ให้บริการในระหว่างที่บริการยังดำเนินอยู่

14.2

หากพาร์ทเนอร์ไม่สามารถให้บริการที่ได้รับการยืนยันแล้ว หรือให้บริการแตกต่างจากการ์ดบริการหรือการยืนยันการจองในสาระสำคัญ พาร์ทเนอร์ต้องจัดหาบริการทดแทนที่เทียบเท่าหรือดีกว่าโดยได้รับความเห็นชอบจากลูกค้า หรือคืนเงินให้ลูกค้าเต็มจำนวนสำหรับส่วนที่ไม่ได้ให้บริการ โดยเป็นค่าใช้จ่ายของพาร์ทเนอร์เอง หากบริษัทฯ จัดหาบริการทดแทนจากผู้ให้บริการรายอื่น พาร์ทเนอร์ต้องชำระส่วนต่างของราคาตามสมควรและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ

14.3

การยกเลิก การเปลี่ยนแปลง การไม่มาใช้บริการ และการคืนเงิน เป็นไปตามเงื่อนไขในการ์ดบริการหรือในการยืนยันการจอง ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ ให้ใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานตามนโยบายการยกเลิกและการคืนเงิน ซึ่งพาร์ทเนอร์ตกลงยอมรับ หากพาร์ทเนอร์ หรือกัปตันหรือนักบิน ยกเลิกเนื่องจากสภาพอากาศหรือเหตุด้านความปลอดภัย ลูกค้ามีสิทธิเลือกวันอื่นหรือรับเงินคืนเต็มจำนวนที่ได้ชำระสำหรับบริการนั้น ซึ่งพาร์ทเนอร์ต้องจัดให้

14.4

ในกรณีที่พาร์ทเนอร์ถือเงินของลูกค้าไว้และถึงกำหนดต้องคืนเงิน พาร์ทเนอร์ต้องคืนเงินภายในระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาในนโยบายการยกเลิกและการคืนเงินได้ หากบริษัทฯ คืนเงินให้ลูกค้าจากเงินของบริษัทฯ เองแทน หรือลูกค้าเรียกคืนเงินที่ชำระแล้วผ่านธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องกับบริการของพาร์ทเนอร์ พาร์ทเนอร์ต้องชดใช้เงินดังกล่าวคืนแก่บริษัทฯ พร้อมค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการทวงถาม

14.5

หากข้อร้องเรียนของลูกค้ามีมูลตามการ์ดบริการ การยืนยันการจอง หรือกฎหมาย บริษัทฯ อาจตกลงคืนเงินหรือชดเชยตามสมควรกับลูกค้าได้ หลังจากให้เวลาพาร์ทเนอร์ชี้แจงไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง หรือน้อยกว่านั้นในกรณีที่ลูกค้าต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พาร์ทเนอร์ต้องรับภาระจำนวนเงินดังกล่าวเท่าที่ข้อร้องเรียนนั้นเกิดจากบริการของพาร์ทเนอร์

15การห้ามหลีกเลี่ยงบริษัทฯ

15.1

บริษัทฯ ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้า และพาร์ทเนอร์ได้รับประโยชน์จากลูกค้าเหล่านั้น ในระหว่างระยะเวลาคุ้มครอง พาร์ทเนอร์ต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านบุคคลอื่น

  1. (ก)ชักชวนหรือส่งเสริมให้ลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำทำการจองนอกช่องทางของบริษัทฯ รวมถึงโดยการให้ข้อมูลการติดต่อของพาร์ทเนอร์เพื่อการจองในอนาคต นามบัตร คิวอาร์โค้ด หรือลิงก์
  2. (ข)เสนอราคาที่ต่ำกว่า ส่วนลด หรือประโยชน์อื่นแก่ลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำเพื่อให้จองโดยตรง
  3. (ค)รับการจองจากลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำนอกช่องทางของบริษัทฯ โดยไม่แจ้งให้บริษัทฯ ทราบ
  4. (ง)ใช้ข้อมูลการติดต่อของลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำเพื่อการตลาดของพาร์ทเนอร์เอง
15.2

หากลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำติดต่อพาร์ทเนอร์โดยตรงในระหว่างระยะเวลาคุ้มครอง พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ภายใน 2 วันทำการ การจองที่เกิดขึ้นจากการติดต่อดังกล่าวถือเป็นการจองที่บริษัทฯ แนะนำ และพาร์ทเนอร์ต้องชำระค่าคอมมิชชันสำหรับการจองนั้น หรือในกรณีรูปแบบราคาสุทธิ ต้องชำระ 10% ของราคาที่ลูกค้าชำระ

15.3

หากพาร์ทเนอร์ฝ่าฝืนข้อ 15.1 หรือข้อ 15.2 พาร์ทเนอร์ต้องชำระเงินให้แก่บริษัทฯ สำหรับการจองแต่ละรายการที่เกี่ยวข้อง เป็นจำนวนเงินที่ต้องชำระตามข้อ 15.2 (โดยมิใช่เป็นการชำระเพิ่มเติมจากจำนวนดังกล่าว) ในฐานะค่าเสียหายขั้นต่ำที่ตกลงกันไว้สำหรับการฝ่าฝืนนั้น และบริษัทฯ ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายส่วนที่เกินกว่านั้นซึ่งบริษัทฯ พิสูจน์ได้

15.4

ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ใช้บังคับกับลูกค้าที่เป็นลูกค้าของพาร์ทเนอร์เองอยู่ก่อนที่บริษัทฯ จะแนะนำลูกค้ารายนั้นเป็นครั้งแรก หากพาร์ทเนอร์แสดงหลักฐานดังกล่าวด้วยบันทึกของตนภายใน 14 วันนับแต่วันที่บริษัทฯ ยกเรื่องนี้ขึ้น ข้อจำกัดเหล่านี้ครอบคลุมเฉพาะลูกค้าที่บริษัทฯ แนะนำและเฉพาะในระยะเวลาคุ้มครองเท่านั้น โดยพาร์ทเนอร์มีอิสระที่จะติดต่อทำธุรกิจกับบุคคลอื่นทั้งหมด

16ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลส่วนบุคคล

16.1

สำหรับการจองแต่ละรายการ บริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและบุคคลในคณะของลูกค้าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการแก่พาร์ทเนอร์ เช่น ชื่อ ข้อมูลการติดต่อ วันที่ จำนวนบุคคล ข้อมูลเที่ยวบิน ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ หรือข้อมูลหนังสือเดินทาง สำหรับข้อมูลดังกล่าว พาร์ทเนอร์เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอีกรายหนึ่งแยกต่างหากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

16.2

พาร์ทเนอร์ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อให้บริการที่ได้รับการจอง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับบริการนั้น และเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การแจ้ง ตม.30 เท่านั้น พาร์ทเนอร์ต้องไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อการตลาดหรือขายข้อมูลดังกล่าว ต้องเปิดเผยข้อมูลเฉพาะแก่พนักงานและผู้ให้บริการภายนอกที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูล และแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย และต้องส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศเฉพาะเท่าที่พระราชบัญญัติดังกล่าวอนุญาต

16.3

พาร์ทเนอร์ต้องคุ้มครองข้อมูลลูกค้าด้วยมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และต้องลบหรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อหมดความจำเป็นและระยะเวลาการเก็บรักษาตามกฎหมาย (หากมี) สิ้นสุดลงแล้ว พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ถึงการสูญหาย การโจรกรรม การเข้าถึงหรือการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ชักช้าและภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และต้องช่วยเหลือบริษัทฯ ในการปฏิบัติหน้าที่แจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง และแจ้งให้ลูกค้าที่เกี่ยวข้องทราบ

16.4

หากลูกค้าขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อพาร์ทเนอร์เกี่ยวกับการจองที่ทำผ่านบริษัทฯ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งบริษัทฯ ภายใน 3 วันทำการ และให้ความร่วมมือในการตอบคำขอนั้น ในกรณีที่พาร์ทเนอร์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามและตามคำสั่งของบริษัทฯ พาร์ทเนอร์มีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ และต้องปฏิบัติตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย

16.5

บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อและพนักงานของพาร์ทเนอร์ตามที่อธิบายไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ และพาร์ทเนอร์ต้องแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบถึงนโยบายนั้น บริษัทฯ สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่พาร์ทเนอร์กรอกในบัญชีพาร์ทเนอร์หรือส่งผ่าน API สำหรับพาร์ทเนอร์ ข้อความของพาร์ทเนอร์ และข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดบริการและการจอง เช่น จำนวนการเข้าชม คำขอ และการชำระเงิน บริษัทฯ ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อดำเนินโปรแกรม จัดการการจอง จัดทำบัญชี ปรับปรุงบริการของบริษัทฯ และปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยบริษัทฯ ไม่ขายข้อมูลดังกล่าว และเปิดเผยเฉพาะแก่ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทฯ แก่ลูกค้าในกรณีที่จำเป็นสำหรับการจอง และแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายเท่านั้น

16.6

ภายใน 30 วันนับแต่วันที่บัญชีพาร์ทเนอร์ถูกระงับหรือปิด พาร์ทเนอร์อาจขอสำเนาข้อความและรูปภาพในการ์ดบริการของตนได้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับบัญชีและการจองไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ

17ความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหาย

17.1

พาร์ทเนอร์ต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าและบริษัทฯ สำหรับบริการ ทรัพย์สิน พนักงาน และผู้รับจ้างช่วงของตน บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อบริการของพาร์ทเนอร์ หรือต่อการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำใด ๆ ของพาร์ทเนอร์หรือของลูกค้า รวมถึงความเสียหายที่ลูกค้าก่อให้เกิดแก่ทรัพย์สินของพาร์ทเนอร์ ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าค้างชำระ หรือการที่ลูกค้าไม่มาใช้บริการ พาร์ทเนอร์ต้องใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวเอาแก่ลูกค้า เงินประกัน และการประกันภัยของพาร์ทเนอร์ และบริษัทฯ จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่บริษัทฯ มีอยู่แก่พาร์ทเนอร์เท่าที่กฎหมายอนุญาต

17.2

พาร์ทเนอร์ตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ กรรมการ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ และปกป้องบุคคลดังกล่าวจากข้อเรียกร้อง ความสูญเสีย ความเสียหาย ค่าปรับ เบี้ยปรับ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง รวมถึงค่าทนายความตามสมควร อันเกิดจากเหตุดังต่อไปนี้

  1. (ก)บริการของพาร์ทเนอร์ รวมถึงการเสียชีวิต การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย ความสูญเสีย หรือความเสียหายใด ๆ ที่ลูกค้าหรือบุคคลอื่นได้รับ
  2. (ข)การที่พาร์ทเนอร์ปฏิบัติผิดข้อกำหนดนี้หรือผิดคำรับรอง หรือการ์ดบริการหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องซึ่งพาร์ทเนอร์ให้ไว้
  3. (ค)ข้อเรียกร้องว่าเนื้อหาของพาร์ทเนอร์ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
  4. (ง)การที่พาร์ทเนอร์ไม่มีใบอนุญาตหรือการประกันภัย หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงกฎหมายภาษีอากร กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายแรงงาน และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  5. (จ)การคืนเงิน การชดเชย และการเรียกคืนเงินที่ชำระแล้วผ่านธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่งบริษัทฯ ต้องชำระหรือได้รับผลกระทบเนื่องจากบริการของพาร์ทเนอร์
17.3

บริษัทฯ จะแจ้งพาร์ทเนอร์ถึงข้อเรียกร้องที่อยู่ในขอบเขตของข้อ 17.2 ภายในระยะเวลาอันสมควร และอาจต่อสู้ข้อเรียกร้องนั้นเอง หรือขอให้พาร์ทเนอร์เป็นผู้ต่อสู้โดยเป็นค่าใช้จ่ายของพาร์ทเนอร์ คู่สัญญาฝ่ายใดจะประนีประนอมยอมความในข้อเรียกร้องดังกล่าวในลักษณะที่ผูกพันอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ทั้งนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะปฏิเสธการให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ได้

17.4

เว็บไซต์ ระบบพาร์ทเนอร์ และ API สำหรับพาร์ทเนอร์ ให้บริการตามสภาพที่เป็นอยู่และตามที่พร้อมให้บริการ ภายในขอบเขตที่กฎหมายไทยอนุญาต บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดต่อพาร์ทเนอร์สำหรับการสูญเสียกำไร รายได้ การจอง ค่าความนิยม หรือข้อมูล สำหรับความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายต่อเนื่อง สำหรับการหยุดชะงักหรือข้อขัดข้องทางเทคนิค หรือสำหรับการกระทำของแอฟฟิลิเอต แพลตฟอร์มโฆษณา แอปพลิเคชันส่งข้อความ หรือผู้ให้บริการชำระเงิน ความรับผิดทั้งหมดของบริษัทฯ สำหรับข้อเรียกร้องทั้งปวงที่เกิดจากการจองหนึ่งรายการจำกัดไม่เกินค่าคอมมิชชันหรือค่าตอบแทนที่บริษัทฯ ได้รับสำหรับการจองนั้น และสำหรับข้อเรียกร้องอื่น จำกัดไม่เกินจำนวนเงินที่บริษัทฯ ได้รับจากพาร์ทเนอร์ในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเกิดเหตุแห่งข้อเรียกร้องนั้น

17.5

ไม่มีข้อความใดในข้อกำหนดนี้ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งมาตรา 373 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่อนุญาตให้ตกลงยกเว้นไว้ล่วงหน้า ความรับผิดเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ซึ่งมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ไม่อนุญาตให้ยกเว้นหรือจำกัด หรือความรับผิดอื่นใดที่กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้จำกัด ข้อจำกัดความรับผิดที่ศาลเห็นว่าไม่เป็นธรรม ให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่ศาลเห็นว่าเป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

18การระงับและการสิ้นสุดของข้อกำหนด

18.1

พาร์ทเนอร์อาจบอกเลิกข้อกำหนดนี้เมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ info@siam-luxury.com หรือโดยนำการ์ดบริการทั้งหมดของตนออกจากเว็บไซต์และขอให้บริษัทฯ ปิดบัญชีพาร์ทเนอร์ บริษัทฯ จะนำการ์ดบริการที่เหลืออยู่ออกภายใน 3 วันทำการ

18.2

บริษัทฯ อาจบอกเลิกข้อกำหนดนี้กับพาร์ทเนอร์รายใด หรือหยุดลงประกาศบริการในหมวดหมู่ใดหรือการ์ดบริการใด ด้วยเหตุใดก็ได้ โดยมีหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันซึ่งระบุเหตุผล การบอกกล่าวที่มีระยะเวลาสั้นกว่านั้นให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันที่บอกกล่าว

18.3

บริษัทฯ อาจระงับบัญชีพาร์ทเนอร์ คีย์ API หรือการ์ดบริการใด ๆ ได้ทันที โดยแจ้งเหตุผลให้ทราบ หากบริษัทฯ มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. (ก)การฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ การฉ้อฉล หรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของลูกค้า
  2. (ข)บริการขาดใบอนุญาต การจดทะเบียน หรือการประกันภัยที่จำเป็น หรือใบอนุญาต การจดทะเบียน หรือการประกันภัยดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับ
  3. (ค)มีข้อร้องเรียนจากลูกค้าที่มีมูลในเรื่องร้ายแรงหรือเกิดขึ้นซ้ำ
  4. (ง)มีจำนวนเงินค้างชำระเกินกำหนดมากกว่า 14 วัน
  5. (จ)มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยต่อบัญชีพาร์ทเนอร์ เว็บไซต์ หรือผู้ใช้
  6. (ฉ)กฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐกำหนดให้ต้องระงับ
18.4

พาร์ทเนอร์อาจโต้แย้งการระงับดังกล่าวผ่านกระบวนการร้องเรียนตามหมวด 22 บริษัทฯ จะยกเลิกการระงับภายในระยะเวลาอันสมควรเมื่อเหตุแห่งการระงับสิ้นสุดลงหรือปรากฏว่าไม่มีมูล

18.5

บริษัทฯ อาจบอกเลิกข้อกำหนดนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามข้อ 18.2 โดยมีหนังสือบอกกล่าวซึ่งระบุเหตุผล ในกรณีที่กฎหมายหรือหน่วยงานของรัฐกำหนดให้ต้องดำเนินการเช่นนั้น ในกรณีที่พาร์ทเนอร์กระทำผิดซ้ำหลังจากได้รับคำเตือนแล้ว หรือในกรณีที่พาร์ทเนอร์กระทำผิดร้ายแรง การกระทำผิดร้ายแรง ได้แก่ การฉ้อฉลหรือการให้ข้อมูลเท็จ การหลีกเลี่ยงบริษัทฯ ตามหมวด 15 การไม่ชำระเงินภายใน 14 วันนับแต่ได้รับการทวงถาม การให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตหรือการประกันภัยที่กฎหมายกำหนด เหตุการณ์ที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง การใช้ข้อมูลลูกค้าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การคุกคามลูกค้าหรือพนักงาน และการมีหนี้สินล้นพ้นตัว การล้มละลาย หรือการเลิกกิจการของพาร์ทเนอร์

18.6

เมื่อข้อกำหนดนี้สิ้นสุดลง บริษัทฯ จะนำการ์ดบริการของพาร์ทเนอร์ออกจากเว็บไซต์ พาร์ทเนอร์ยังคงต้องให้บริการตามการจองที่ได้รับการยืนยันก่อนวันสิ้นสุด เว้นแต่บริษัทฯ จะตกลงเป็นอย่างอื่น หรือจัดหาบริการทดแทนโดยเป็นค่าใช้จ่ายของพาร์ทเนอร์ และจำนวนเงินทั้งหมดที่ถึงกำหนดชำระยังคงต้องชำระ บทบัญญัติที่โดยสภาพแล้วต้องมีผลต่อไป ให้คงมีผลใช้บังคับต่อไปภายหลังการสิ้นสุดของข้อกำหนดนี้ รวมถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับการชำระเงิน การเก็บรักษาบันทึก การห้ามหลีกเลี่ยงบริษัทฯ ข้อมูลส่วนบุคคล การรักษาความลับ ความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหาย และกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

19การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้

19.1

บริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้ได้ โดยเผยแพร่ฉบับใหม่บนเว็บไซต์และแจ้งให้พาร์ทเนอร์ทราบผ่านบัญชีพาร์ทเนอร์และทางอีเมลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ และล่วงหน้านานกว่านั้นในกรณีที่พาร์ทเนอร์ต้องปรับระบบของตน เช่น การเปลี่ยนแปลง API สำหรับพาร์ทเนอร์

19.2

การเปลี่ยนแปลงอาจมีผลใช้บังคับเร็วกว่านั้นได้ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาในโปรแกรม หรือเพื่อปกป้องเว็บไซต์ พาร์ทเนอร์ หรือลูกค้าจากการฉ้อฉล มัลแวร์ สแปม เหตุการละเมิดข้อมูล หรือความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่น หรือในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นคุณแก่พาร์ทเนอร์แต่เพียงอย่างเดียวหรือเป็นการเพิ่มบริการใหม่

19.3

พาร์ทเนอร์ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอาจบอกเลิกข้อกำหนดนี้ตามข้อ 18.1 ก่อนการเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากพาร์ทเนอร์ยังคงใช้โปรแกรมต่อไปหลังจากวันดังกล่าว ให้ถือว่าพาร์ทเนอร์ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น การเปลี่ยนแปลงไม่ใช้บังคับกับการจองที่ได้รับการยืนยันก่อนการเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรือการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นคุณแก่พาร์ทเนอร์ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรืออัตราค่าตอบแทนของพาร์ทเนอร์ใช้บังคับเฉพาะกับคำขอจองที่ได้รับหลังจากการเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับเท่านั้น

20บทบัญญัติทั่วไป

20.1

คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้รับตามข้อกำหนดนี้ไว้เป็นความลับ รวมถึงราคาสุทธิ อัตราค่าคอมมิชชัน ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลทางธุรกิจ และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อโปรแกรมเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้อมูลที่เป็นสาธารณะ การเปิดเผยที่กฎหมายหรือหน่วยงานของรัฐกำหนด หรือการเปิดเผยแก่ที่ปรึกษาวิชาชีพซึ่งมีหน้าที่รักษาความลับ

20.2

คู่สัญญาฝ่ายใดไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของตน เช่น พายุ สภาพอากาศในฤดูมรสุม น้ำท่วม โรคระบาด คำสั่งของหน่วยงานของรัฐ การปิดท่าเรือ ท่าอากาศยาน หรือถนน สงคราม ความไม่สงบ หรือความขัดข้องของระบบไฟฟ้าหรือเครือข่าย ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้พ้นจากหน้าที่ในการชำระเงินที่ถึงกำหนดชำระแล้ว หรือหน้าที่ในการคืนเงินให้แก่ลูกค้าสำหรับบริการที่ไม่ได้ให้

20.3

บริษัทฯ จะส่งคำบอกกล่าวไปยังที่อยู่อีเมลของบัญชีพาร์ทเนอร์ โดยประกาศในระบบพาร์ทเนอร์ หรือทางแอปพลิเคชันส่งข้อความ และพาร์ทเนอร์ต้องส่งคำบอกกล่าวไปที่ info@siam-luxury.com อีเมลให้ถือว่าได้รับในวันทำการถัดจากวันที่ส่ง เว้นแต่ผู้ส่งได้รับแจ้งว่าอีเมลนั้นส่งไม่ถึงผู้รับ

20.4

พาร์ทเนอร์จะโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อกำหนดนี้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ บริษัทฯ อาจโอนสิทธิและหน้าที่ดังกล่าวให้แก่บุคคลที่รับโอนกิจการของบริษัทฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยแจ้งให้พาร์ทเนอร์ทราบ

20.5

ข้อกำหนดนี้ เอกสารที่ข้อกำหนดนี้อ้างถึง สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ทำแยกต่างหาก (หากมี) และการยืนยันการจอง ประกอบกันเป็นข้อตกลงทั้งหมดเกี่ยวกับโปรแกรม บทบัญญัติใดที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถใช้บังคับได้ ให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่ยังสมบูรณ์ และบทบัญญัติส่วนอื่นของข้อกำหนดนี้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป การที่บริษัทฯ ไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าไม่ถือเป็นการสละสิทธินั้น

20.6

ข้อกำหนดนี้จัดทำและเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย และภาษาไทย หากฉบับภาษาต่าง ๆ มีข้อความแตกต่างกัน ให้ถือตามฉบับภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ

21กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

21.1

ข้อกำหนดนี้และข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดจากข้อกำหนดนี้หรือจากโปรแกรม ให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายไทย

21.2

คู่สัญญาจะพยายามระงับข้อพิพาทโดยการเจรจาด้วยความสุจริตเป็นเวลา 30 วันนับแต่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งแจ้งข้อพิพาทเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อพิพาทที่ไม่อาจระงับได้ให้ศาลไทยที่มีเขตอำนาจเป็นผู้พิจารณาพิพากษา โดยคู่สัญญาตกลงเลือกศาลจังหวัดภูเก็ตเท่าที่กฎหมายเปิดให้เลือกได้ บริษัทฯ อาจฟ้องคดีต่อศาลแห่งท้องที่ที่พาร์ทเนอร์มีภูมิลำเนาหรือมีทรัพย์สินอยู่ได้ด้วย การเจรจาไม่ตัดสิทธิคู่สัญญาฝ่ายใดในการขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวหรือมาตรการเร่งด่วน และไม่ตัดสิทธิบริษัทฯ ในการระงับการ์ดบริการตามหมวด 18

22การติดต่อ การให้ความช่วยเหลือ และการร้องเรียน

22.1

รายละเอียดของบริษัทฯ ปรากฏตามข้อ 1.1 พาร์ทเนอร์สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ทางอีเมล info@siam-luxury.com ทางโทรศัพท์หมายเลข +66 61 497 0336 ทาง WhatsApp หมายเลข +65 8986 8291 ทาง Telegram ที่ t.me/siam_luxury_adventure และทาง LINE ไอดี timoteobir

22.2

พาร์ทเนอร์ที่ประสงค์จะร้องเรียนเกี่ยวกับโปรแกรม ผลการตรวจสอบการ์ดบริการ การระงับ การชำระเงิน หรือการปฏิบัติตนของพนักงานของบริษัทฯ หรือที่ได้รับความเสียหายจากการใช้โปรแกรม ให้ส่งอีเมลไปที่ info@siam-luxury.com โดยระบุหัวเรื่องว่า "Partner complaint" (ข้อร้องเรียนจากพาร์ทเนอร์) พร้อมอีเมลของบัญชีและข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะยืนยันการได้รับเรื่องภายใน 3 วันทำการ และจะตอบพร้อมเหตุผลภายใน 15 วันทำการ หรือชี้แจงเหตุผลที่ต้องใช้เวลามากกว่านั้นและกำหนดเวลาที่จะตอบ

22.3

บริษัทฯ ขอให้พาร์ทเนอร์ใช้กระบวนการนี้ก่อน หากข้อร้องเรียนไม่ได้รับการแก้ไขภายในระยะเวลาดังกล่าว พาร์ทเนอร์อาจติดต่อศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (1212 ETDA) ได้ด้วย ทางสายด่วน 1212 หรืออีเมล 1212@mdes.go.th ข้อร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับบริการของพาร์ทเนอร์จะได้รับการพิจารณาตามหมวด 14และข้อตกลงผู้ใช้บริการ

ข้อกำหนดโปรแกรมพาร์ทเนอร์ · Siam Luxury Adventure